EM   
Effective Microorganisms หมายถึง กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่ง เป็นเทคโนโลยีที่ ดร.เทรูโอะ ฮิงะ นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญสาขาพืชสวน มหาวิทยาลัยริวกิว เมืองโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่นค้นพบ เทคนิควิธีได้ถูกแปลจากภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาอังกฤษว่า Effective Microorganism รู้จักกันโดยทั่วไปว่า เทคโนโลยีอีเอ็ม หรืออีเอ็ม ซึ่ง อีเอ็ม ได้วางตลาดครั้งแรกเมื่อค.ศ.1982
Effective Microorganisms (有用・微生物群, "Yūyō・Biseibutsugun") or EM is a technology first coined by Dr. Teruo Higa (比嘉照夫博) of Japan. The technical translation from Japanese to English is "Effective Microorganisms". It is known generically as "beneficial and efficient or effective microorganisms technology". People refer to it descriptively as "EM Technology" or simply "EM". EM was first brought to the market in 1982.
ดร.เทรูโอะ ฮิงะ พบว่า มีกลุ่มจุลินทรีย์ 3 กลุ่มรวมอยู่ในกระบวนปลูกพืชที่เกิดจากการหมัก  งานวิจัยของเขาแสดงให้เห็นถึงจุลินทรีย์จำเพาะที่มีอยู่ในดิน
และน้ำที่ดีในสัดส่วนที่แน่นอน จากงานวิจัยครั้งนี้เขาจึงได้พัฒนาสูตรของ EM จดทะเบียนและเครื่องหมายการค้า จัดจำหน่ายผ่านทางหน่วยงานวิจัย
และสำนักงานสาขาทั่วโลกซึ่งมีส่วนประกอบของ Lactobacillus, Phototrophic Bacteria (PNSB), และ Yeasts. ในหัวเชื้อน้ำ EM นั้นเป็นการ
ผสมผสานของส่วนประกอบต่าง ๆที่สามารถขยายส่วนทำเพิ่มเติมได้จากขนาดที่มีอยู่เดิมถึง 20 เท่า โดยการใส่หัวเชื้อน้ำEM ผสมลงในน้ำและกากน้ำตาล
จากนั้นก็หมักใส่ภาชนะปิดฝาไว้ประมาณ3 วันถึงหนึ่งอาทิตย์หรือเป็นเดือนก็ได้ แล้วแต่วัตถุประสงค์ที่จะใช้
Dr. Teruo Higa realized that there are three general forms of soil microbes involved with the process of growing plants that create a soil called a zymogenic soil. His research showed that specific types of microorganisms tended to exist in certain proportions in healthy soil environments and in water. From this he developed the formula for Effective Microorganisms™, a proprietary and trademarked formula sold through EM Research Organization affiliate offices throughout the world, which contains specific types of Lactobacillus, Phototrophic Bacteria (PNSB), and Yeasts.
Within Effective Microorganisms™ these microorganisms exist as a consortium or in a symbiotic relationship to one another. This Effective Microorganisms™ culture is sold as an inoculant that can be activated or extended (grown) for reasons of economics. The process of activation can result in up to a 20x increase from the original culture. Activation usually involves adding the original Effective Microorganisms™ culture to a mixture of water and blackstrap molasses, its main food source. The mixture is then allowed to ferment in an anaerobic environment anywhere
from several days to weeks or months, depending on the goals of application.
EM สามารถใช้ในบ้านและครัวเรือนเหมือนกับสารธรรมชาติฆ่าเชื้อโรคลดปัญหา เป็นตัวทำลายความสกปรกทั้งหลายช่วยให้เกิดการย่อยสลาย ไม่มีกาก ทำให้ส้วมไม่เต็ม ใช้กำจัดเศษอาหารลดสารโลหะหนักในการบำบัดน้ำเสียเหมือนเป็นไส้กรองเซรามิคที่กรองน้ำให้สะอาด
EM is used in the home like a probiotic disinfectant for the bath and kitchen, as well as for disinfection of the septic system, as a natural drain cleaner, and to reduce the biosolids in sewage treatment. The process is akin to the use of peptidases and ureases for proteolytic degradation. EM has also been impregnated into ceramic disks for water purification.
น้ำเสีย

wastewater
น้ำเสียตาม พ.ร.บ ส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ หมายถึง ของเสียที่อยู่ในสภาพที่เป็นของเหลว รวมทั้งมวลสารที่ปะปนหรือปนเปื้อนอยุ่ในของเหลวนั้น
ลักษณะของน้ำเสียแบ่งออกได้ 3 ด้าน คือ ด้านายภาพ ด้านเคมี และด้านชีวภาพ
1.ลักษณะของน้ำเสียทางกายภาพ เช่น
-ปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้ทั้งหมด หมายถึง ปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำและสามารถไหลผ่านกระดาษกรองใยแก้ว แล้วนำน้ำไปที่กรองได้ ไประเหยจนแห้ง    แล้วจึงนำไปอบ
-ของแข็งแขวนลอย หมายถึงปริมาณของแข็งแขวนลอยที่เหลือค้างบนกระดาษกรองใยแก้ว
-ความขุ่น หมายถึง สมบัติทางแสงของสารแขวนลอยซึ่งทำให้แสงกระจาย และดูดกลืนมากกว่าที่จะอมให้แสงผ่านเป็นเส้นตรง ความขุ่นของน้ำเกิดจาก
  การมีสารแขวนลอยต่างๆ เช่น ดิน ดินตะกอน
2.ลักษณะของน้ำเสียทางเคมี เช่น

-ออกซิเจนละลาย การหาดีโอ(DO)หรืออกซิเจนละลาย สามารถทำได้ทั้งวิธีทางเคมี และใช้เครื่องวัดโดยตรง
-บีโอดี(BOD)หมายถึง ปริมาณออกซิเจนที่ใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์โดยแบคทีเรีย
-ซีโอดี(COD)หมายถึง ปริมาณออกซิเจนทั้งหมดที่ต้องการใช้เพื่อออกซิเดชันสารอินทรีย์ในน้ำ ด้วยสารเคมีซึ่งมีอำนาจในการออกซิไดส์สูงในสารละลายที่เป็นกรด   ให้เป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำ
ค่าซีโอดีมีความสำคัญในการวิเคราะห์คุณภาพน้ำทิ้ง การควบคุมระบบบำบัดน้ำทิ้งการควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย ค่า COD นี้มีหน่วยเป็น มิลลิกรัม/ลิตร
-ค่าความกรด-ด่าง(pH)มีความสำคัญในการควบคุมคุณภาพน้ำและน้ำเสียควบคุมให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต เพื่อไม่ให้เกิดการกัดกร่อนของท่อ เพื่อใช้ในการควบคุมสารเคมี
ที่ใช้บำบัดน้ำเสียให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั่งไปน้ำมีค่า pH อยุ่ในช่วง 5-8 ค่า pH เป็นค่าที่แสดงปริมาณความเข้มข้นของอนุภาคไฮโดรเจนในน้ำ
-ไนโตรเจน เป็นธาตุที่มีความสำคัญในการสังเคราะห์โปรตีน ทำให้พืชน้ำมีการเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
-สารโลหะหนักชนิดต่างๆขึ้นอยุ่กับชนิดของอุตสาหกรรม สารโลหะหนักยอมให้มีได้ในน้ำในปริมาณที่น้อยมากเนื่องจากบางตัวให้ความเป็นพิษสูง แต่บางชนิดหากทีปริมาณไม่มากนักจะมีผลดีต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ

3.ลักษณะของเสียทางชีวภาพ เช่น
-แบคทีเรีย คือ จุลินทรีย์เซลล์เดียว มีขนาดเล็ก ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เป็นผู้ย่อยสลายในแหล่งน้ำ
-รา เป็นจุลินทรีย์ที่มีหลายเซลล์ ไม่มีคลอโรฟีลล์ รามีความสำคัญในการย่อยสลายพวกคาร์บอนที่มีค่า pH ต่ำ  รามีบทบาทสำคัญในการย่อยสลาย
   สารอินทรีย์ในระบบบำบัดน้ำเสียบางระบบ
แหล่งกำเนิดน้ำเสีย แบ่งได้หลักๆดังนี้
1.น้ำเสียจากชุมชน หมายถึง น้ำที่เกิดจากการใช้ประโยชน์ในกิจกรรมต่างๆ และระบายน้ทิ้งลงสู่ท่อระบายน้ำ แหล่งรองรับน้ำเสีย หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยไม่ได้ผ่านการบำบัด
การตรวจสอบความเน่าเสียของน้ำ
วัดปริมาณออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำ นิยมหาได้ 2 แบบคือ
1.หาปริมาณออกซิเจนที่ใช้ทำปฏิกริยากับสารอินทรีย์ในน้ำเสีย ทั้งจุลินทรีย์ย่อยสลายได้และไม่ได้ วิธีนี้เป็นวิธีทางเคมี
2.หาปริมาณออกซิเจนที่จุลินทรีย์ใช้ย่อยสลายสารอินทรีย์ต่างๆในน้ำเสีย วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีทางชีววิทยา
3.หาปริมาณจุลินทีรย์ในน้ำ
4.วัดความเข้มข้นของสารต่างๆที่ละลายอยู่ในน้ำ
Wastewater quality indicators such as the Biochemical oxygen demand (BOD) and the Chemical oxygen demand (COD) are essentially laboratory test measures of the amount of oxygen in a wastewater. The amount of oxygen in a wastewater is in turn a measure of whether or not that wastewater will have a significant adverse effect upon fish or upon aquatic plant life. Since all natural waterways contain bacteria and nutrient, almost any waste compounds introduced into such waterways will initiate biochemical reactions
(such as shown above). Those biochemical reactions create what is measured in the laboratory as the Biochemical Oxygen Demand (BOD). Oxidizable chemicals (such as reducing chemicals) introduced into a natural water will similarly initiate chemical reactions (such as shown above).
Those chemical reactions create what is measured in the laboratory as the Chemical Oxygen Demand (COD).

Both the BOD and COD tests are a measure of the relative oxygen-depletion effect of a waste contaminant. Both have been widely adopted as a measure
of pollution effect. The BOD test measures the oxygen demand of biodegradable pollutants whereas the COD test measures the oxygen demand of
biogradable pollutants plus the oxygen demand of non-biodegradable oxidizable pollutants.

The so-called 5-day BOD measures the amount of oxygen consumed by biochemical oxidation of waste contaminants in a 5-day period. The total amount
of oxygen consumed when the biochemical reaction is allowed to proceed to completion is called the Ultimate BOD. The Ultimate BOD is too time consuming,
so the 5-day BOD has almost universally been adopted as a measure of relative pollution effect.There are also many different COD tests. Perhaps, the most common is the 4-hour COD
.

It should be emphasized that there is no generalized correlation between the 5-day BOD and the Ultimate BOD. Likewise, there is no generalized correlation
between BOD and COD. It is possible to develop such correlations for a specific waste contaminant in a specific wastewater stream ... but such correlations
cannot be generalized for use with any other waste contaminants or wastewater streams.

วิธีการขยาย EM
EM 1 ส่วน + กากน้ำตาล 1 ส่วน + น้ำสะอาด 20 ส่วน หมักไว้ในภาชนะที่มีผาปิดมิชิดอย่าให้อากาศเข้าได้เป็นเวลา 7 วัน แล้วนำมาใช้ให้หมดภายใน 7 วัน เช่นเดียวกับวิธีการใช้ EM
การรักษา EM
เก็บไว้ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส - 45 องศาเซลเซียส (อย่าเก็บในตู้เย็น) โดยปิดฝาให้สนิทอย่าให้อากาศเข้าได้ ถ้าเปิดใช้แล้วต้องรีบปิดทันที เก็บรักษาไว้ได้ประมาณ 6-8เดือนหรือมากกว่านั้น
วิธีการใช้ EMและEMขยายแล้ว

1. การกสิกรรม ใช้อีเอ็ม (EM) หรือ อีเอ็ม (EM) ขยายผสมน้ำ 1:1000 เท่า (อีเอ็ม 1ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 10 ลิตร) ฉีดพ่นรดพืชผักสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แทนปุ๋ยเคมี
2. การประมง
2.1 ใช้อีเอ็มขยายใส่บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ (ปลา กุ้ง กบ ตะพาบน้ำ จระเข้) ในอัตราส่วน 1:1000 เท่า (อีเอ็มขยาย 1 ลิตร ต่อน้ำในบ่อ 10 ลูกบาศก์เมตร) ทุก ๆ 7-10 วัน เพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย
2.2 ใช้อีเอ็มขยายคลุกอาหารสัตว์น้ำก่อนให้กินประมาณ 4 ชั่วโมง (มื้อต่อมื้อ)โดยปิดฝาภาชนะให้สนิทอย่าให้อากาศเข้าได้
3. การปศุสัตว์
3.1 ใช้อีเอ็ม (EM) หัวเชื้อผสมน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1:5000 เท่า (1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำสะอาด 50 ลิตร) ให้สัตว์กินเป็นประจำมูลสัตว์จะไม่มีกลิ่นเหม็น
3.2 ใช้อีเอ็ม (EM) ขยาย ผสมน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1:500 เท่า(1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำสะอาด 5 ลิตร) ฉีดพ่นและล้างคอกสัตว์เพื่อกำจัดกลิ่นมูลเก่าได้ภายใน
       24 ชั่วโมง
3.2 บำบัดน้ำเสียจากฟาร์มปศุสัตว์ภายใน 1-2 สัปดาห์
4. ด้านสิ่งแวดล้อม
4.1 ใช้อีเอ็ม (EM) ขยาย ใส่ส้วมเพื่อกำจัดกลิ่นและย่อยสลายตะกอน
4.2 ใช้อีเอ็ม (EM) ผสมน้ำอัตราส่วน 1:500 เท่า ฉีดพ่นเป็นฝอยในอาคารบ้านเรือน ปรับอากาศให้สดชื่น กำจัดกลิ่นอับชื้นต่าง ๆ และใช้ ใช้อีเอ็ม (EM) ขยายในอัตราส่วนเดิมทำความสะอาดพื้นห้องน้ำ ห้องส้วม กำจัดกลิ่นคราบสกปรก
4.3 ใช้อีเอ็ม (EM) ขยาย ในอัตราส่วน 1:10,000-20,000 เท่า ฉีดพ่นหรือราดรดน้ำเสียจากการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ โรงงานอุตสาหกรรมชุมชน และสถานประกอบการทั่ว ๆ ไป ในบ่อบำบัดน้ำเสีย

EM เสีย
หาก EM เปลี่ยนเป็นสีดำ มีกลิ่นเหม็นเน่า ถือว่า EM ตาย ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อีก ให้นำ EM ที่เสียผสมน้ำรดกำจัดหญ้าและวัชพืชที่ไม่ต้องการได้
กรณีเก็บไว้นาน ๆ จะมีฝ้าขาวเหนือผิวน้ำ แสดงว่า EM พักตัว เมื่อเขย่าภาชนะฝ้าขาวจะสลายตัวกลับไปอยู่ในน้ำเหมือนเดิมนำไปใช้ได้
เมื่อนำไปขยายเชื้อในน้ำและกากน้ำตาล จะมีกลิ่นหอม และเป็นฟองขาว ๆ ภายใน 2-3 วัน ถ้าไม่มีฟอง น้ำนิ่งสนิทแสดงว่าการหมักขยายเชื้อยังไม่ได้ผล
website
http://science.rin.ac.th/clinictech/em/em.html
http://www.eng.cmu.ac.th/Rctept/ray/etc/EM.html
http://www.learningthai.com/comprehension/7567.htm
http://www.chivavithee.net/modules.php?name=News&file=article&sid=23
http://en.wikipedia.org/wiki/Effective_Microorganisms
http://www.emtechnologynetwork.org/
  หนังสือสำหรับครูที่สนใจ  EM Teacher's Manual
http://www.emtechnologynetwork.org/~en/_web/library/teachersmanual/teachersmanual.html