กิจกรรมแนะแนว

 

            การพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา และมีความสุข ท่ามกลางสภาพสังคมปัจจุบัน  นับเป็นสิ่งยากยิ่ง โดยเฉพาะในยุคที่สังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม  ส่งผล

กระทบโดยตรงและโดยทางอ้อมต่อการดำเนินชีวิตของคน  ทุกเพศ  ทุกช่วงวัยของชีวิต  ปัญหาสังคมได้ทวีความซับซ้อน    รุนแรงขึ้นทุกขณะ   ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการมีค่านิยมฟุ้งเฟ้อ   การเลียนแบบ  การแพร่ระบาดของสารเสพติด  การก่ออาชญากรรม  การทำแท้ง  การฆ่าตัวตาย  ความอ่อนไหวทางจิตใจ ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้มีสาเหตุสำคัญ  คือ  บุคคลไม่รู้จักตนเองและสภาพแวดล้อมที่ดีพอ  ขาดทักษะ

การคิด  ตัดสินใจ    แก้ปัญหา  และไม่สามารถปรับตัวในสถานการณ์ต่างๆได้  จำเป็นที่โรงเรียนต้องใช้กระบวนการแนะแนวเป็นกลไกสำคัญในการป้องกัน  ช่วยเหลือ ส่งเสริม และพัฒนาผู้เรียนตั้งแต่เยาว์วัย

เพราะจุดหมายของการแนะแนว คือ  กระบวนการที่มุ่งสร้างเสริมผู้เรียนให้มีคุณภาพเหมาะสมตามความแตกต่างระหว่างบุคคล  ค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตน  มีทักษะการดำเนินชีวิต  มีวุฒิภาวะทางอารมณ์  ศีลธรรม  จริยธรรม  รู้จักการเรียนรู้ในเชิงพหุปัญญา  รู้จักคิด  ตัดสินใจ  แก้ปัญหาในช่วงวิกฤต  วางแผนการศึกษาต่อ  การพัฒนาตนสู่โลกอาชีพ  และการมีงานทำ  รวมทั้งดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

            การแนะแนวจึงมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาคนโดยองค์รวมทั้งทางด้าน  สติปัญญา  อารมณ์  สังคม  และจิตใจ ให้เป็นบุคคลที่สามารถบูรณาการความคิด ค่านิยม ประเพณี วัฒนธรรมและเทคโนโลยี

เข้าสู่วิถีชีวิตไทยได้อย่างเหมาะสม

 

 ขอบข่ายการแนะแนว

 

            การแนะแนวมีขอบข่ายสาระสำคัญ  3  ด้าน  คือ

            1.  การแนะแนวการศึกษา  มุ่งหวังให้ผู้เรียนพัฒนาการเรียนได้เต็มศักยภาพ   รู้จักแสวงหาความรู้    และวางแผนการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ    สามารถปรับตัวด้านการเรียนและมีนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน

            2.  การแนะแนวอาชีพ  มุ่งหวังให้ผู้เรียนได้รู้จักตนเองและโลกของงานอย่างหลากหลาย 

มีเจตคติและนิสัยที่ดีในการทำงาน  มีโอกาสได้รับประสบการณ์  และฝึกงานตามความถนัด  ความสนใจ

            3.  การแนะแนวเพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ มุ่งหวังให้ผู้เรียนเข้าใจตนเอง รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น   มีอารมณ์มั่นคง   มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี  เข้าใจสิ่งแวดล้อม  และสามารถปรับตัวให้ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

 

 

  ลักษณะงานแนะแนว

 

            โรงเรียนดำเนินการจัดงานแนะแนวเป็น  3  ลักษณะ  ดังนี้

1.  การจัดกิจกรรมด้วยกระบวนการทางจิตวิทยาให้แก่ผู้เรียนทั้งเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่มเพื่อให้ครูได้รู้จักผู้เรียนมากขึ้น  สามารถส่งเสริมและป้องกันปัญหาของผู้เรียนทุกคนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มปกติหรือกลุ่มพิเศษให้ได้รับการพัฒนาทักษะการดำเนินชีวิตในด้านต่างๆ  เช่น  การรู้จักรักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น มีทักษะการคิดตัดสินใจ  ทักษะการปรับตัว การวางแผนชีวิต  รวมทั้งการสร้างคุณธรรม

จริยธรรมที่สำคัญ  การจัดกิจกรรมมีทั้งจัดในห้องเรียนซึ่งใช้เวลาต่อเนื่องกันในกรณีที่ต้องพัฒนาทักษะที่สำคัญและจำเป็น หรือจัดนอกห้องเรียนโดยให้มีบรรยากาศที่เป็นกันเองมีครูเป็นที่ปรึกษาและผู้เรียนทุกคน

มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม

            2.  การจัดบริการ   เพื่อให้ผู้เรียนได้สำรวจตนเอง   และรู้จักตนเองในทุกด้าน  ให้ข้อมูลข่าวสาร

สนเทศที่จำเป็นและทันสมัยทั้งด้านการศึกษาอาชีพและการพัฒนาบุคลิกภาพให้สามารถตัดสินใจและ

แก้ปัญหาด้วยตนเอง    ตลอดจนช่วยเหลือ    แก้ไข     และฝึกประสบการณ์ที่เหมาะสมสำหรับผู้เรียนได้ใช้เป็นแนวทางในการวางแผนการศึกษาและชีวิตต่อไป

3. การบูรณาการแนะแนวในการเรียนการสอน  เป็นการนำเทคนิควิธีการทางจิตวิทยาและการแนะแนวมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับธรรมชาติของผู้เรียนแต่ละคนแต่ละกลุ่ม  โดยเน้นให้ครูได้รู้จักและเข้าใจผู้เรียนทั้งด้านพัฒนาการตามวัย    พฤติกรรมและสาเหตุของพฤติกรรม   วิธีการเรียนรู้ของผู้เรียน  ซึ่งจะทำให้ครูมีแนวทางในการช่วยเหลือและพัฒนาผู้เรียนให้เห็นคุณค่าในสาระวิชาต่าง ๆ  เกิดแรงจูงใจ  ใฝ่รู้ใฝ่เรียน  ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเรียนรู้เกิดสัมฤทธิ์ผลสูงสุด

 

  การดำเนินงานแนะแนว

 

            ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  .. 2542  ได้กำหนดความมุ่งหมายและหลักการจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย  จิตใจ  สติปัญญา  ความรู้และคุณธรรม  มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต  สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และแนวจัดการศึกษายังได้ให้ความสำคัญแก่ผู้เรียนทุกคน  โดยยึดหลักว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด   ในการปฏิรูปวิชาชีพครูก็ได้มุ่งพัฒนาครูให้เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ  มีคุณลักษณะที่ได้คุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพ โดยครูจะต้องมีบทบาทหน้าที่ในการพัฒนานักเรียน ให้ความรัก เอื้ออาทร เอาใจใส่ ดูแลผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอ  มีมนุษยสัมพันธ์และสุขภาพจิตที่ดี  พร้อมที่จะแนะนำและร่วมกันแก้ปัญหาของผู้เรียน  ดังนั้นครูทุกคนต้องมีบทบาทในการแนะแนว  รู้จัก

และเข้าใจผู้เรียนเป็นรายบุคคล  มีความร่วมมือจากบุคคลากรทุกฝ่ายทั้งในและนอกสถานศึกษาในการจัดกิจกรรมแนะแนวเพื่อพัฒนาผู้เรียน  โดยเหตุนี้กรมสุขภาพจิตและกรมสามัญศึกษา   จึงตระหนักถึงความสำคัญ  ที่จะต้องมีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนขึ้นเพื่อให้กระบวนการทำงานเป็นระบบมีความชัดเจน  มีการประสานความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในโรงเรียนและนอกโรงเรียน ตามระบบนี้ได้มีการ

คัดกรองผู้เรียนเป็น  2  กลุ่ม  คือ  กลุ่มปกติและกลุ่มเสี่ยง  มีปัญหา กลุ่มปกติจะได้รับการสร้างภูมิคุ้มกันและพัฒนาตนเต็มตามศักยภาพจากครูที่ปรึกษาส่วนกลุ่มเสี่ยง/มีปัญหาจะเป็นกลุ่มที่ต้องดูแล  ช่วยเหลือ พัฒนา ส่งเสริมและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจากครูแนะแนวในลักษณะของการทำงานเป็นทีม  หากมีปัญหาซับซ้อนเกินไปอาจจะต้องร่วมมือกับจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน  ทั้งนี้เพื่อพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี  ปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข  เป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว  ชุมชน  และสังคม ตลอดจนทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม  เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษาและสนองนโยบายกรมสามัญศึกษา  จึงได้นำระบบการดูแล ช่วยเหลือนักเรียนเข้ามาใช้  เพื่อให้ครูทุกคนมีบทบาทในการแนะแนวและครูแนะแนวก็จะมีบทบาทเป็นครูมืออาชีพมากขึ้น  ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันดูแลช่วยเหลือนักเรียน    มีการดำเนินงานเป็นระบบตามแผนภูมิดังต่อไปนี้