หน่วยที่ 2 ดวงจันทร์
หัวเรื่อง 2.5 อิทธิพลของดวงจันทร์ต่อโลก เวลา 50 นาที

1. คำแนะนำการเรียน
1.1 ศึกษาจุดประสงค์การเรียนรู้
1.2 ศึกษาเนื้อหา
1.3 สรุปสาระสำคัญแล้วบันทึกลงสมุดของนักเรียน
1.4 ตอบคำถามกิจกรรมที่ 16
1.5 ตรวจคำตอบจากแนวตอบกิจกรรมที่ 16
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
บอกอิทธิพลของดวงจันทร์ที่มีต่อโลกได้
3. เนื้อหา

อิทธิพลของดวงจันทร์ต่อโลก
ดวงจันทร์จัดเป็นดวงดาวที่มีอิทธิพลต่อคนเราทางด้านจิตใจ คนเรามีความหลงไหลในความสวยงามของดวงจันทร์จนบรรยาย
ออกมาเป็นกลอนหรือบทเพลง เช่น
"ดวงจันทร์วันเพ็ญลอยเด่นอยู่ในนภา
ทรงกลดสดสีรัศมีทอแสงงามตา
แสงจันทร์อร่ามฉายงามส่องฟ้า
ไม่งามเท่าหน้านวลน้องยองใย"
บ้างก็สร้างเป็นเทพนิยายขึ้นมา บางประเทศก็มีขนบธรรมเนียมใหว้พระจันทร์กัน บางคนก็จินตนาการภาพบนดวงจันทร์เป็นรูป
กระต่ายและหญิงชราเป็นต้น นอกจากดวงจันทร์จะมีอิทธิพลทางด้านจิตใจแล้วดวงจันทร์ยังมีอิทธิพลต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ทำให้เกิดปรากฎ-
การณ์ น้ำขึ้น น้ำลง(Lunar Tides) ซึ่งมีผลมาจากแรงดึงดูดของดวงจันทร์นั่นเอง ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากกว่าดวงอาทิตย์และดวงดาวอื่น ๆ
พื้นผิวโลกส่วนที่เป็นพื้นน้ำจึงได้รับผลกระทบคือเกิดปรากฎการ์ณน้ำขึ้น น้ำลง ดังภาพ


รูป 23 ปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลง
ปรากฏการณ์น้ำขึ้น น้ำลง เกิดจากแรง 2 แรง คือแรงหนีศูนย์กลางและแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ หรือแรงดึงดูดของดวงจันทร์
แรงหนีศูนย์กลางเกิดจากการที่โลกและดวงจันทร์โคจรรอบจุดสมดุลร่วมกัน แรงโน้มถ่วงระหว่างโลกและดวงจันทร์จะถ่วงดุลกันไว้โดยแรง
หนีศูนย์กลางพยายามที่จะดึงให้โลกและดวงจันทร์หลุดออกจากศูนย์กลางของความถ่วง ดังนั้นด้านที่หันเข้าหาดวงจันทร์ แรงโน้มถ่วงของ
ดวงจันทร์ มีกำลังมากกว่าแรงหนีศูนย์กลางของโลกจึงทำให้น้ำถูกดึงเข้าหาดวงจันทร์ พื้นผิวน้ำจึงโป่งพองออกมาส่วนด้านของโลกที่หันออก
จากดวงจันทร์ แรงหนีศูนย์กลางมีมีกำลังมากกว่า น้ำจึงถูกดันออก พื้นผิวน้ำจึงโป่งพองออกมาด้วยเช่นกัน


รูป 24 แสดงแรงที่ทำให้เกิดน้ำขึ้น น้ำลง
การหมุนของดลกจะทำให้พื้นผิวมหาสมุทรได้รับแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์และแรงหนีศูนย์กลางทั่วกันภายใน 1 วัน เมื่อเราไปชาย
ทะเลเราจึงเห็นน้ำขึ้นและน้ำลงวันละ 2 ครั้ง


รูป 25 ตำแหน่งบนโลกที่เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้น-ลงประจำวัน
เมื่อโลกหมุนพาผู้สังเกตมาอยู่ณตำแหน่ง ก และ ค ผู้สังเกตจะเห็นน้ำทะเลขึ้น เนื่องจากโลกได้รับอิทธิพลจากแรงดึงดูดของดวง
จันทร์ และเมื่อโลกหมุนพาผู้สังเกตมาอยู่ ณ ตำแหน่ง ข และ ง ผู้สังเกต จะเห็นน้ำลง ดังนั้นตลอดเวลา 24 ชั่วโมง คนบนโลกจะเห็นน้ำขึ้น
และลง 2 เวลา การที่ดวงจันทร์โคจรไปรอบโลกวันละประมาณ 13 องศา ดังนั้นตำแหน่งที่เคยตรงกับดวงจันทร์ในวันก่อนและวันถัดไปจะ
เปลี่ยนไป กว่าโลกจะหมุนไปพบกับดวงจันทร์อีกต้องใช้เวลาประมาณ 50 นาที ทำให้คนบนโลกเห็นดวงจันทร์ขึ้น และตกช้าลงไปวันละ
50 นาที การขึ้นลงของน้ำทะเลในแต่ละบริเวณจึงช้าลง 50 นาทีด้วย


รูป 26 ตำแหน่งของดวงจันทร์ที่ทำให้เกิดน้ำขึ้น-ลง ในวันขึ้นหรือแรม 15 ค่ำ
จากรูปเมื่อดวงจันทร์โคจรมาอยู่ ณ ตำแหน่ง ก หรือ ข ซึ่งเป็นวันแรม 15 ค่ำ หรือวันขึ้น 15 ค่ำ ตำแหน่งของโลก ดวงจันทร์
และดวงอาทิตย์จะอยู่ในแนวเดียวกันทำให้โลกได้รับอิทธิพลจากแรงดึงดูดทั้งของ ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์มาเสริมกัน คือ ดวงอาทิตย์
และดวงจันทร์จะร่วมกันดึงดูดน้ำทะเล ทำให้น้ำขึ้นมากเป็นพิเศษ ระดับน้ำในทะเลในวันดังกล่าว ณ ตำแหน่ง 1 และ 3 เรียกว่า น้ำเกิด
(Spring Tide) และบริเวณ ณ ตำแหน่ง 2 และ 4 น้ำจะลงต่ำสุด


รูป 27 ต่ำแหน่งของดวงจันทร์ที่ทำให้เกิดน้ำขึ้น-ลง ในวันขึ้นหรือแรม 8 ค่ำ
จากรูปเมื่อดวงจันทร์มาอยู่ ณ ตำแหน่ง ค หรือ ง จะเป็นวันขึ้น 8 ค่ำหรือแรม 8 ค่ำ ทำให้ตำแหน่งของดวงจันทร์โลก และดวง
อาทิตย์ ทำมุม90 องศาซึ่งกันและกัน แรงดึงดูดของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ไม่เสริมกันเหมือนรูป24แต่ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากกว่าโลก
จึงได้รับอิทธิพลจากแรงดึงดูดของดวงจันทร์มากกว่า จึงทำให้น้ำในทะเลในวันดังกล่าวณตำแหน่ง 2 และ 4 เป็น ตำแหน่งที่น้ำขึ้นน้อยที่สุด
เรียกว่าน้ำตาย (Neap tide)โดยปกติน้ำเกิดจะมีน้ำขึ้นมากกว่าปกติประมาณร้อยละ 20 ส่วน น้ำตายขึ้นน้อยกว่าปกติประมาณร้อยละ 20
ส่วนตำแหน่ง 1 และ 3 จะเป็นบริเวณที่น้ำลงน้อยที่สุด
การที่โลกได้รับอิทธิพลของดวงจันทร์ทำให้น้ำขึ้นลง จึงเกิดแรงดันของน้ำสามารถนำแรงดันของน้ำไปใช้ประโยชน์ได้ในด้าน
การชลประทานและการผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นต้น

บัตรคำถามกิจกรรมที่ 16
คำสั่ง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ เสร้จแล้วให้ตรวจคำตอบจากแนวตอบกิจกรรมที่ 16
1. อิทธิพลของดวงจันทร์ที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมมีอะไรบ้าง
2. น้ำขึ้น น้ำลงวันละกี่ครั้ง ห่างกันวันละกี่ชั่วโมง
3. น้ำทะเลจะมีการขึ้นสูงสุดเมื่อใด
4. น้ำทะเลจะมีการขึ้นต่ำสุดเมื่อใด

 
     
 
กลับหน้าหลัก , ย้อนกลับ , ต่อไป
 
     

+