เรื่อง ยากับชีวิต
หน่วยที่ 5. ยาประเภทต่าง ๆ
หัวเรื่อง 5.2 ยาปฏิชีวนะ เวลา 50 นาที (1 คาบ)
__________________________________________________________________________

1. คำแนะนำการเรียน

1.1. ศึกษาจุดประสงค์การเรียนรู้
1.2. ศึกษาเนื้อหา
1.3. สรุปใจความสำคัญแล้วบันทึกลงในสมุดของนักเรียน
1.4. ตอบคำถามจากกิจกรรมที่ 17
1.5. ตรวจคำตอบ จากบัตรเฉลยกิจกรรมที่ 17

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

อธิบายความหมายของยาปฏิชีวนะและยกตัวอย่างยาปฏิชีวนะได้

3. เนื้อหา

ยาปฏิชีวนะ

    ยาปฏิชีวนะ
    ยาปฏิชีวนะเป็นยาที่สกัดมาจากจุลินทรีย์บางชนิด เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ยาปฏิชีวนะ สามารถทำละลายหรือยับยั้งเชื้อโรคต่าง ๆ ได้มากมาย คนแรกที่ค้นพบคือ เซอร์อเลกซานเดอร์ เฟรมมิ่ง นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ เขาได้ทำการทดลองสกัดตัวยาจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งชื่อว่าเพนิซิลเลียม โนเตตัม เมื่อปี พ.ศ. 2472 ตัวยาที่ได้นั้นเรียกว่ายาเพนิซิลลินใช้ฆ่าเชื้อที่ทำให้เกิดหนอง ฝี
    ยาปฏิชีวนะเริ่มใช้กันอย่างกว้างขวาง เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันมีการค้นพบ ยาปฏิชีวนะกันเป็นจำนวนมาก แต่ละชนิดมีคุณสมบัติในการรักษาโรคได้ต่างกัน
    เพื่อให้นักเรียนเข้าใจวิธีทดสอบอำนาจในการฆ่าเชื้อของยาปฏิชีวนะ ให้นักเรียนพิจารณาข้อมูลจากการทดลองใช้ยาปฏิชีวนะชนิดต่างๆทำลาย เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง
    จากการทดลองเพาะเชื้อแบคที่เรียจากแผลที่มีหนองของผู้ป่วยในจานวุ้นอาหารที่มีกระดาษ ชุบยาปฏิชีวนะชนิดต่าง ๆ วางบนผิวหน้าวุ้นณจุดต่างๆห่างกัน พอสมควรดังรูปก และปรากฎผลออกมา ดังรูป ข














    ผลจากการวัดเส้นผ่าศูนย์กลางของบริเวณที่ไม่มีการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียรอบ ๆ ยาปฏิชีวนะแต่ละชนิดหลังการเพาะเชื้อแล้ว แสดงไว้ในตารางที่ 9

     ตาราง 9 แสดงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของบริเวณที่ไม่มีการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย
     ที่ทำให้เกิดหนองรอบยาปฏิชีวนะบางชนิด

ยาปฏิชีวนะ
ปริมาณยา

ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง

บนแผ่นกระดาษ
(มิลลิเมตร)
(ไมโครโพน)
แอมพิซิลลิน(AM)
10
27 - 35
คลอแรมฟินิคอล(C)
30
19 - 26
คานามัยซิน (K)
30
19 - 26
สเตรปโตมัยซิน (S)
10
14 - 22
เตตราซัยคลิน (Te)
30
19 - 28

    จากตาราง 9 สรุปได้ว่า
1. ยาปฏิชีวนะแต่ละชนิดมีฤทธิ์ในการทำลายเชื้อโรคได้ต่างกัน
2. ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของบริเวณที่ไม่มีการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ถ้ากว้างมากแสดงว่า ยาปฏิชีวนะชนิดนั้นออกฤทธิทำลายเชื้อโรคได้ดี


     ยาปฏิชีวนะที่คนรู้จัก

1. เพนิซิลลิน (Penicillin)
    เป็นยาปฏิชีวนะที่ใช้กันมากที่สุดและรู้จักกันมานาน สกัดจากเชื้อราพวกเพนิซิลเลียม โนเตตัม ใช้รักษาเชื้อโรคเกี่ยวกับเชื้อหนอง เช่น โกโนเรีย ปอดบวม คอตีบ ซิฟิลิส คุดทะราด บาดทะยัก เมื่อใช้ยานี้แล้วอาจมีอันตรายทำให้เกิดอาการแพ้ยาโดยมีลมพิษขึ้นเป็นผื่นแดงตามผิวหนัง มีไข้ ปวด ตามข้อ หอบหืด ช๊อคตายได้
    กลุ่มยาเพนนิซิลินมีหลายชนิด เช่น เพนิซิลลินวี เพนิซิลลินจี แอมพิซิลลิน ออกซาซิลลิน คล๊อกซาซิลลิน เป็นต้น
2. สเตรปโตมัยซิน (Streptomycin)
เป็นยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์กว้าง มักจะใช้ในรูปแบบของยาฉีด สกัดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า สเตรปโตมัยซิส กรีเซียส ใช้รักษาโรคที่รักษาด้วยเพนิซิลลินไม่ได้ผล เช่น วัณโรค โรคเรื้อน แผลริมอ่อน เยื่อหุ้มสมองอักเสบโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เมื่อใช้ยานี้แล้วอาจเกิดพิษต่อระบบประสาทควบคุม การทรงตัวและการ ได้ยินคือจะเกิดอาการหูอื้อ วิงเวียน ทำให้เสียการทรงตัว ถ้าไม่หยุดยา จะทำให้ หูหนวก นอกจากนี้ยังเป็นพิษต่อไตทำให้ไตอักเสบ กลุ่มยาปฏิชีวนะ พวกสเตรปโตมัยซินได้แก่ คานามัยซิน นีโอมัยซิน เจนตามัยซิน เป็นต้น
3. เตตราซัยคลิน (Tetracyclin)
เป็นยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์กว้างหรือครอบจักรวาล จึงทำให้บางคนคิดว่าเป็นยาที่ฆ่าเชื้อโรค ได้ทุกชนิด เตตราซัยคลิน สกัดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า สเตรปโตมัยซิส ไรโมซัส ใช้รักษาโรค ติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร เช่น อหิวาตกโรค กามโรค พวกหนองใน หนองในเทียม ฝีมะม่วง โรคติดเชื้อพวกริเคตเซีย เมื่อใช้ยานี้แล้ว อาจทำให้เกิดพิษต่อตับและไต ตลอดจนทางเดินอาหาร ถ้าใช้ กับเด็กติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้ฟันเปลี่ยนเป็นสีเหลือง กลุ่มยาเตตราซัยคลินที่รู้จักกันโดยทั่วไป เช่น ฮีโรมัยซิน ทีซีมัยซิน เทอร์รามัยซิน ออริโอมัยซิน เป็นต้น
4. คลอแรมฟินิคอล (Chloramphinical)
เป็นยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์กว้าง สกัดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่าสเตรปโตมัยซิส เวเนซูเอลี ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับลำไส้ เช่น อหิวาตกโรค ไทฟอยด์ บิด ไอกรน ไข้รากสาดใหญ่ เมื่อใช้ยานี้อาจเป็น พิษต่อระบบการสร้างเม็ดเลือด ทำให้โลหิตจางอย่างแรงเพราะไขกระดูกไม่สร้างเม็ดเลือด กลุ่มยาคลอแรมฟินิคอล ที่จำหน่ายในท้องตลาดที่คนรู้จักมาก เช่น คลอโรไมเซติน โคมายซิน คลอแรมติน เป็นต้น
    ปัญหาที่เกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะ
1. เชื้อโรคดื้อยา เกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะไม่ถูกกับโรคหรือไม่ถูกขนาดหรือไม่ครบจำนวน
2. เกิดอาการแพ้ยา ยาปฏิชีวนะที่ใช้แล้วเกิดการแพ้ยาได้ ส่วนมากได้แก่ ยาเพนิซิลลิน เซฟาโลสปอรินผู้ป่วยบางคนอาจเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง จนถึงกับช๊อค และตายได้ เพราะความ ดันเลือดลดต่ำลงทันที โดยเฉพาะการใช้ยาโดยการฉีดเข้าเส้นเลือด
3.เกิดโรคแทรกซ้อน ซึ่งเกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะชนิดกว้างหรือครอบจักรวาลติดต่อกันเป็นเวลานาน ยาจะไปทำลายจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในร่างกาย แล้วเกิดเชื้อ ราแทนทำให้มีอาการปากเปื่อย ลิ้นเป็นฝ้าขาว ท้องร่วง คันตามช่องคลอด และทวารหนัก ลำไส้อักเสบ อาการอาจลุกลามเป็นอันตรายถึงแก่ความตายได้
4. ยาเสื่อมคุณภาพและหมดอายุ ยาปฏิชีวนะเป็นยาที่มีอายุขัยสั้นและเสื่อมคุณภาพง่าย ถ้าเก็บไม่ ถูกวิธี ยาที่เสื่อมคุณภาพหรือหมดอายุนอกจากจะไม่ให้ผลในการรักษา แล้วยังเป็นอันตรายต่อร่างกาย อีกด้วย
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- --
กิจกรรมที่ 17 ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ เสร็จแล้วให้ตรวจคำตอบจากบัตรเฉลยกิจกรรมที่ 17
1. เชื้อโรคดื้อยาหมายความว่าอย่างไร
2. เหตุใดแพทย์จึงไม่ใช้ยาปฏิชีวนะชนิดเตตราซัยคลินกับเด็ก
3. ยาปฏิชีวนะชนิดใดที่ใช้แล้วทำให้โลหิตจาง
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- --